จุดเด่นของอาคารตึกไทยที่อยู่คู่กับเรามาอย่างช้านาน

The-highlight-of-the-Thai-building-building-that-has-been-with-us-for-a-long-time

อาคารในบ้านเราหลายแห่งดูมีคุณค่าทางวัฒนธรรม บ่งบอกถึงความยาวนานและความเป็นศิลปะในยุคต่างๆ ได้อย่างลงตัวมากโดยเฉพาะบริเวณสถานที่สำคัญเรามักพบว่ามีอาคารหลายแห่งถูกสร้างขึ้นมาอย่างช้านานแม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังคงได้รับคำชื่นชมด้านความสวยงาม ความแปลกตา และศิลปะที่หาได้ยากมาก หนึ่งในอาคารที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านานและถือเป็นอาคารที่มีความโดดเด่น สวยงาม สะดุดตาไม่เหมือนใครก็คือ อาคารตึกไทยคู่ฟ้า บริเวณทำเนียบรัฐบาล

จุดเด่นของอาคารตึกไทยคู่ฟ้าที่ทำให้อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน

เดิมทีตึกไทยคู่ฟ้ามีชื่อว่า บ้านนรสิงห์ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของ พลเอกเจ้าพระยารามราฆพ หรือ ม.ล. เฟื้อง พึ่งบุญ โดยรัชกาลที่ 6 ทรงเป็นผู้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชทาน กระทั่งท่านหม่อมมองเห็นว่าบ้านหลังนี้มีความโอ่อ่ามากเกินไป เกินฐานะของตนเองบวกกับค่าใช้จ่ายในการดูแลก็สูงทำให้ท่านได้เสนอขายกับรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อปี 2484 ด้านจอมพล ป. มองว่าควรซื้อเอาไว้สำหรับรับรองแขกบ้านแขกเมืองพร้อมใช้เป็นทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เดือนกันยายน ปีเดียวกันเรื่อยมา จากนั้นมีการโอนกรรมสิทธิ์เป็นของรัฐบาลแบบสมบูรณ์ เมื่อปี 2512

ความโดดเด่นที่ทำให้อาคารตึกไทยคู่ฟ้าแห่งนี้งดงามและอยู่คู่กับคนไทยมายาวนานคือ เป็นอาคารที่ใช้สถาปัตยกรรมกับงานมัณฑนศิลป์ออกแบบได้อย่างน่าสนใจ ถือว่าเป็นอาคารที่ถูกออกแบบให้สวยงามลำดับต้นๆ ของประเทศ ก่อนหน้าจะเปลี่ยนชื่อเป็นไทยคู่ฟ้าใช้ชื่อว่า ไกรสร มีทั้งหมด 2 ชั้น โดยงานสถาปัตยกรรมที่ออกแบบเป็นสไตล์โกธิกยุคปลายผสมด้วยงานศิลปะแบบไบแซนไทม์ แบบที่เป็นแรงบันดาลใจคือ วัง Doges’s Palace ที่เมืองเวนิส แต่เป็นการนำเอาจุดเด่นของวังแห่งนั้นมาสร้างไม่ใช่เป็นการเลียนแบบทั้งหลัง ทีมช่างที่เป็นผู้ก่อสร้างคือทีมช่างจากอิตาเลียนชุดเดียวกับที่สร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม แต่การก่อสร้างยังไม่สมบูรณ์เพราะรัชกาลที่ 6 ทรงสวรรคตไปก่อน จอมพล ป. จึงให้ ศิลป์ พีระศรี ซึ่งเป็นชาวอิตาเลียนเหมือนกันนำนักเรียนจากศิลปากรมาดำเนินการต่อจนแล้วเสร็จ

ถือว่าเป็นอาคารที่สวยงามมากยังคงได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอยู่เสมอเมื่อพูดถึงอาคารตึกไทยคู่ฟ้า เป็นการออกแบบอันหาได้ยากในยุคนี้อีกทั้งคงเทียบได้ยากกับการใช้ความสามารถพร้อมสร้างสรรค์งานศิลปะผสมผสานระหว่างตะวันออกกับตะวันตกได้อย่างลงตัวสุดๆ เป็นอาคารที่ควรค่ากับการสัมผัสด้วยตาตนเองสักครั้งในชีวิตแล้วจะประทับใจไม่รู้ลืม